วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Present continuous

หลักการใช้ Present Continuous Tense

 
  1. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ กำลังดำเนินอยู่ในขณะที่พูด ต่อเนื่องไปเรื่อยๆและจบในอนาคต โดยอาจจะใช้ Adverbs of Time (คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา) บางคำ เช่น now, at the moment, right now, at present, these days เป็นต้น เข้ามาช่วยในประโยคด้วย เช่น
 
 
She is going to the supermarket at the moment.
(หล่อนกำลังไปซุปเปอร์มาร์เก อ่านเพิ่มเติม

QUESTION WORDS

Question words   หมายถึง  คำที่ใช้ขึ้นต้นประโยค เพื่อทำให้ประโยคนั้นเป็นคำถาม ซึ่งต้องการให้ผู้ตอบได้ตอบโดยใช้ข้อมูล หรือข้อเท็จจริง ประโยคคำถามส่วนใหญ่จะขึ้นต้นด้วย   W "  และ   H " ได้แก่
1.    ถามเกี่ยวกับสิ่งของ  เช่น
             
What is that ?    ( นั่นคืออะไร )
It is a toy car.    ( มันคือรถยนต์เด็กเล่น อ่านเพิ่มเติม

PAST TIME

In its adjective form, past means “just gone” or “having taken place before now.”
  • I regret many of my past deeds.
  • In the past few days, I have watched seventeen horror movies.
  • Passed is in the past tense.

Past also can be used as a preposition meaning “at the father side of,” “up to and beyond,” “or later than.” It can also refer to the verb tense referring to a previous acti อ่านเพิ่มเติม

nouns and pronouns

Nouns and pronouns in English are said to display case according to their function in the sentence. They can be subjective or nominative (which means they act as the subject of independent or dependent clauses), possessive (which means they show possession of something else), or objective (which means they function as the recipient of action or are the object of a preposition)Except for the possessive forms (usually formed by the addition of an apostrophe and the letter s), nouns do not change form in English. (This is one of the few ways in which English is easier than other languages.) Pronouns, however, do change form when they change case; these changes are most clearly illustrated among the personal pronouns. The chart below illustrates the different forms among th อ่านเพิ่มเติม

Present Time

Tense   นี้ค่อนข้างจะยุ่งยากนิดหน่อยตรงที่ประธานเอกพจน์ต้องเติม s ส่วนประธานพหูพจน์ไม่ต้องเติม สิ่งที่จะสร้างความยุ่งยากนิดหนึ่งคือการเติม s เพราะกริยาบางตัวต้องเติม es ไม่ใช่แค่ s เฉยๆ แต่ไม่ใช่เรื่องยากถ้าได้ศึกษาการเติม s ที่้ท้ายคำนามเพื่อให้นามนั้นเป็นพหูพจน์

หลักการใช้

ในหนังสืออาจจะบอกไว้หลายข้อ แต่ให้ผู้เรียนจำไว้แค่ 2 ข้อ คือ จริงและวัตร
1. จริง คือ ข้อเท็จจริงทั่วไป ซึ่งเป็นการบอกกล่าว เล่า ถามเรื่องราว เหตุการที่เป็นข้อเท็จริงทั่วๆไป (facts) และข้  อ่านเพิ่มเติม